
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมใจทำบุญตักบาตรในโครงการ "ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมน้อมนำหลักทศพิธราชธรรม "ธรรมราชา-ธรรมราชินี" สู่การปฏิบัติเพื่อความสุขที่ยั่งยืนของประชาชน
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น.
ณ หอประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีตักบาตรและบรรยายธรรม "โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย) แพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้รับเมตตาจากพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานสงฆ์บรรยายธรรมบูชาคุณพระรัตนตรัย และประกาศราชธรรม โดยมี นางอภิญญา เอี่ยมอำภา นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกว่า 300 คน
โอกาสนี้ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) ได้สาธยายธรรมเพื่อนำประกาศราชธรรม ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การประชุมถือเป็นอารยะ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งที่ดีงาม เพราะการพบปะพูดคุยกันอย่างบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ทำให้เกิดพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งประโยชน์อันสูงสุดของนักปกครองและข้าราชการ นั่นคือประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ของแผ่นดิน สอดคล้องตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คือ "อปริหานิยธรรม" หลักธรรมที่เป็นเหตุแห่งความเจริญและไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม สำหรับการปกครองบ้านเมืองหรือหมู่คณะ เพื่อสร้างความสามัคคี ประกอบด้วยหลัก 7 ประการ คือ การหมั่นประชุมเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันทำกิจกรรม ไม่ทำสิ่งที่ขัดหลักการเดิม เคารพผู้ใหญ่ ให้เกียรติสตรี เคารพปูชนียสถาน และคุ้มครองผู้มีคุณธรรม
ในการนี้ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนางสาวเกวลิน โมรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ราชธรรมเป็นเรื่องของธรรมชาติ เรื่องของการอยู่ร่วมกัน ทำให้เกิดสันติธรรม ซึ่งสันติธรรมนั้น ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาเป็นศาสนิกใด หลักสันติธรรมก็เกิดขึ้นได้ด้วยการพูดคุยกัน เห็นใจกัน เข้าใจกัน ถ้าเราขาดสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ๆ ก็จะเกิดปัญหา ตั้งแต่ในครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และนานาชาติ ทุกศาสนามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน หมายถึง ศาสนาทุกศาสนาเป็นเหมือนดวงตาของเรา ทั้งดวงตาซ้ายและดวงตาขวา แต่ทั้ง 2 ดวงตาต่างมีดวงตาเดียวกัน คือ "ดวงตาแห่งสันติภาพและความดี" เพราะไม่มีศาสนาใดสอนให้คนทำความชั่ว ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มสุราเมรัย เมื่อทุกคน ทุกศาสนิก ทุกศาสนาได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมนี้แล้ว สันติภาพและสันติสุขก็จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เป็นนักปกครองและข้าราชการของแผ่นดินที่เป็นผู้นำของการส่งเสริมหลักธรรมด้วยหลัก "ทศพิธราชธรรม" อันจะทำให้ประชาชนทุกคน ได้มีแต่ความสุขด้วยหลักการปกครองที่มีธรรมะเป็นแก่นแท้ของการปฏิบัติ"
สำหรับ "โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" เป็นโครงการที่เกิดขึ้นโดยเมตตาของพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ประธานขับเคลื่อนโครงการฯ ซึ่งได้มีดำริร่วมกับนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางจิตใจ เสริมสร้างปลูกฝังหลักคุณธรรมนักปกครอง หรือ "ทศพิธราชธรรม" เสริมสร้างจิตวิญญาณนักปกครองและจิตวิญญาณข้าราชการทุกระดับ ตลอดจนหลักการประพฤติปฏิบัติตนเพื่อความสันติสุขและความผาสุกของสังคมให้แก่ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ ด้วยการตามรอยพระบาทยาตราพระราชาผู้ทรงธรรมทั้ง 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลเดชมหาราช บรมราชบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติ นอกจากนี้ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายใต้การนำของนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้นำดำริดังกล่าว กำหนดเป็นนโยบายให้สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โดยโครงการฯนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดขึ้นนับเป็นจังหวัดลำดับที่ 24 และจะจัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นลำดับถัดไป